Wed. Feb 1st, 2023

นี่เป็นผลงานควบคุมหนังฮอลลิวูดเรื่องแรกของสุดกำลังของดาราสาวชาวเยอรมัน “มาเรีย ชเรเดอร์” ที่อาจจะกล่าวว่าความสามารถของคุณนั้นก็ออกจะเอาการอยู่ สามารถยกหัวข้อรวมทั้งเสนอหนังออกมาได้ในจังหวะที่ใช้ได้ สนับสนุนเล่าออกมาได้ออกจะมีอรรถรสดี เพียงแต่ว่าสเกลของหนังบางครั้งอาจจะค่อนข้างจะใหญ่เหลือเกินสำหรับประสบการณ์ของคุณสักหน่อยหน่อย ทำให้ยังมีหลายๆส่วนประกอบที่ยังสัมผัสได้ว่าไปได้ไม่สุดทาง ทำออกมาได้ยังไม่จัดจ้าพอเพียง

เมื่อผ่านความกลัดกลุ้มที่ไม่ต้องการให้กำเนิด แต่ว่าไม่กำเนิดก็มิได้แฮะเพราะถ้าหากไม่เช่นนั้นเรื่องก็อาจจะดำเนินไปแบบราบเรียบ ไม่มีเงื่อนน่าดึงดูดให้ตามต่อกันน่ะสิ เนื่องจากว่าหลังจากนี้จะเป็นการต่อสู้ระหว่างราชินี พระพันปี รวมทั้งบรรดาพระสนมแบบน่าลุ้น มีหลายจุดให้พวกเราจะต้องติดตามอย่างไม่ลดละเมื่อราชินีจะต้องคิดแผนสำหรับการปกป้องรักษาอีกทั้งลูกสะใภ้ เป็นพระมเหสีขององค์รัชทายาทรวมทั้งหลานๆที่เกิดขึ้นจากรัชทายาทให้รอดปลอดภัย

แผนซ้อนแผนที่ราชินีคิดขึ้นก็เลยผุดออกมาครั้งละนิดครั้งละหน่อย แถมยังจำเป็นต้องกระตุ้นบรรดาองค์ชายทั้งยัง 4 ให้ฮึดสู้เพื่อชีวิตของตน และก็ตำแหน่งราชินีของแม่สักหนึ่งครั้ง รวมทั้งยังเต็มไปด้วยส่วนขาดๆเกินๆผสมปนเปออกมาอยู่มากมายกลางทางของคืนหมีฆ่า หนังเพียรพยายามพาผู้ชมไปดูการกระทำของผู้แสดงครั้งละตัว ในยามที่พวกเขาอยู่ “ผู้เดียว” ว่า อันที่จริงแล้วพวกเขามีนิสัยเช่นไร เพื่อทำให้ผู้ชมตั้งข้อคิดเห็นว่าตกลงผู้ใดกันที่เป็นคนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ในกรุ๊ปเพื่อนฝูงกลุ่มนี้

แม้ว่าจะมองเป็นความเจตนา และก็ในหลายๆครั้งมองสุดขั้วจนถึงไร้เหตุผล แต่ว่าอย่างกับว่ายิ่งหนังดำเนินไปด้านหน้าแค่ไหน การโยนตรรกะทุกอย่างทิ้ง เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่พวกเราจะสำราญใจไปกับหนังหัวข้อนี้ เมื่อ “ทีท่า” ของหนังก็มองไม่แคร์เหตุผลอะไรทั้งหมดก่อนจะไปสู่การรบการศึก ต้องทำความเข้าใจเรื่องราวก่อนหน้าจะกำเนิดการรบมิดเวย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกล้างแค้นจากสหรัฐฯ และก็การถอดรหัสลับของประเทศญี่ปุ่นจู่โจมอ่าวเพริ์ล 7 ธ.ค. 1941

ถัดมาราว คริสต์ศักราช 1937 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จะปะทุขึ้น ประเทศญี่ปุ่นได้ผลิตเครื่องเข้ารหัสที่อาศัยวิธีการการทำงานเหมือนกันกับเครื่องอินิกมาของเยอรมนี เครื่องนี้มีชื่อว่า “97 ชิกิ โอบุน อินจิกิ” มีความหมายว่า เครื่องพิมพ์ตัวหนังสือ 97 (จำนวน 97 มาจากปีศักราชที่ 2597 ของประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งประเทศญี่ปุ่นแน่ใจว่าเครื่องเข้ารหัสนี้มีคุณภาพสูงขึ้นมากยิ่งกว่าเครื่องอินิกมาและไม่มีชาติใดถอดรหัสได้อีกด้วย

เป็นตอนๆในช่วงเวลาที่เหล่าตัวนำของเรื่องได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตในมิติต่างๆการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน กระบวนการทำไร่ปลูกพืช รับประทานอาหารด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา ช่วยเพิ่มมิติแล้วก็รอยยิ้มกับเหล่าตัวละครที่เป็นตัวเอกทั้งยัง อาสึกะ หรือ เรย์ ในแบบที่พวกเราไม่ค่อยได้มองเห็นกันเยอะแค่ไหน ซึ่งทั้งผองได้ถูกส่งไปถึง เคยชินจิ ที่ยังอยู่ในสถานการณ์ช็อก ให้เบาๆปลดล็อกความรู้สึก และก็กลายเป็นยืนหยัดต่อสู้กับทุกปัญหาต่างๆที่เขาหนีมาตลอด

โดยหนังประเด็นนี้ได้นักประพันธ์ฝีมือเยี่ยมคนอังกฤษ “รีเบคก้า เลนคีวิซ” (จาก Disobedience รวมทั้ง Ida) ที่นับว่าคลุกคลีรวมทั้งถือเอาประสบการณ์ตรงสำหรับเพื่อการปฏิบัติงานข่าวสารเชิงสอบปากคำของ เมแกน ทูเฮย์ กับ โจดี้ คานทอร์ มาร้อยเรียงเกิดเรื่องราว หนังอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีแนวทางการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างจะเข้าถึงง่ายรวมทั้งไหลลื่นไปตามกระแสที่ใช้ได้ แม้กระนั้นก็ยังพบว่ามีบางจุดที่ออกจะย้วยเกินจำเป็น ยืดยานโดยใช้เหตุ

รีวิว Beast เข้าป่าสยดสยอง สิงโตจัดแจงขย้ำ

หนังแนวเอาชีวิตรอดจากสัตว์ร้ายยังคงเป็น หนึ่งในพล็อตภาพยนตร์ที่ยังคงขายความเบิกบานใจให้กับผู้ชมทั้งโลกได้ตลอดมา Beast เป็นการเล่าชีวิตของครอบครัวดวงกุด ที่เดินทางเข้าป่าซาฟารีแล้วดันไปพบกับสิงโตคลุ้มคลั่ง พร้อมจะขย้ำมนุษย์เป็นของกินถึงแม้ She Said มาได้วัตถุดิบรวมทั้งหัวข้อชั้นยอดเอามาแต่งรส แม้กระนั้นก็แอบเสียดายอยู่นิดหน่อยที่ว่าหลักสำคัญที่หนักแน่นและก็ยิ่งใหญ่ที่มีอิทธิพลขนาดนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกล้าหาญที่จะเจอหน้ากับ เก็นโด บิดาผู้เป็นจุดเริ่มรวมทั้งวาระสุดท้ายของเรื่องราว

กลับทำออกมาได้ในแบบที่ยังไม่ค่อยทรงประสิทธิภาพสักเท่าไหร่ โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับหนังเชิงข่าวสารอีกทั้ง 2 เรื่องข้างต้นที่อ้างอิงเข้าไปข้างต้นนั้น นับว่าหัวข้อนี้ยังออกจะไกลห่างจากคำว่าเพอร์เฟ็คไปอย่างน่าผิดหวังนิดๆเนื่องจากว่าในในที่สุดหนัง หนังแทบจะมิได้สร้างมิติแล้วก็ลูกเล่นได้อย่างมีท่วงที เป็นเพียงแต่การเล่าเรื่องไปตามสูตรแบบจับวางตามไทม์ไลน์ที่ต้องมีเสน่ห์ได้มากกว่านี้

ซึ่งเกมชิงเก้าอี้คราวนี้ก็มีผู้เข้าแข่งขันเยอะมากอย่างยิ่งจริงๆ แต่ว่าตัวเก็งที่ต่างมีเงื่อนของตน ได้แปลงตัวเป็นหมากเบี้ยที่น่าสนุกและก็ทำให้เรื่องราวน่าดึงดูดมากขึ้นไปอีกเริ่มจาก องค์ชายซองนัม (มุนซังไม่น) ลูกชายลำดับที่ 2 ของราชินี องค์ชายซองนัมเป็นน้องที่สนิทกับรัชทายาทที่สุด เงื่อนที่น่าติดตามของเขามีมาตั้งแต่ Ep แรกๆด้วยเรื่องที่เขาถูกส่งออกไปอยู่นอกวังตั้งแต่กำเนิดรวมทั้งได้กลับมาในฐานะองค์ชายเมื่อวัยเด็ก

แถมมีฉากของการโดนขู่เข็ญจากพระพันปีมาให้พวกเราสงสัยกันอีกด้วย ซึ่งซีรีส์ก็ไม่ยินยอมบอกสักครั้งจ้ะว่าเพราะเหตุใดองค์ชายซองนัมถึงจำเป็นต้องถูกส่งออกไปอยู่นอกวังขณะนั้นโชคร้ายที่หนังเลือกจะเล่นในโทน “ลูกบ้า” ทำเอาสนุก ทำเอาหนำใจ แต่ว่าแปลงเป็นว่า เมื่อหนังมุ่งหน้าเข้าสู่ความป่าช้าแตกในช่วงท้ายเรื่อง หนังก็ไม่สามารถที่จะทำให้ผู้ชมฟินท้ายที่สุด ทำเป็นแค่เพียงยิ้มแหยๆแล้วคิดตามว่า แหม เล่นกันอย่างนี้เลยหรอ

อเมริกาอุตสาหะที่จะถอดรหัสลับของประเทศญี่ปุ่นตลอดทศวรรษที่ 1930 โดยเฉพาะในตอนการศึกจีน – ประเทศญี่ปุ่น ครั้งที่ 2 คริสต์ศักราช1937 ซึ่งจักรวรรดิประเทศญี่ปุ่นได้ผงาดขึ้นเหนือทวีปเอเชียได้สร้างความกระฉับกระเฉงต่อประเทศสหรัฐอเมริกาว่าประเทศญี่ปุ่นบางทีอาจเป็นภัยรุกรามที่สำคัญในห้วงมหาสมุทรแปซิฟิคเลยคราวเดยวภายใต้รูปแบบการทำงานของแผนกข่าวกรองสัญญาณ โดยวิลเลียม ฟรีดแมน เขาแล้วก็กลุ่มพากเพียรอย่างมากสำหรับในการถอนรหัสลับนี้

บางทีอาจด้วยเหตุว่า 3.0+1.0 Thrice Upon a Time เป็นภาคปิดของ Rebuild ช่วงเวลาตลอด 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็เลยเต็มไปด้วยความพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นฉากแอ็กชันที่ผสมระหว่างาน 2 มิติ รวมทั้ง 3 มิติ ที่ออกมาดูดีมากมายๆบนหน้าจอจอภาพยนตร์ ที่ทำให้มองเห็นรายละเอียดปลีกย่อยมากเพิ่มขึ้น ระบบเสียงที่ผลักดันให้ฉากแอ็กชันที่ดุเดือดขึ้น ยิ่งตอนจุดไคลแมกซ์ของหัวข้อการวางแบบเรื่องราว Additional Impact

ก็ทำออกมาได้น่าสยดสยองแล้วก็สวยงามในขณะเดียวกัน การดูบนจอภาพยนตร์ยิ่งทำให้ฉากนี้เป็นอะไรที่น่าทึ่งมากขึ้นไปอีกระดับ พวกเขาถอด “รหัสแดง” ของประเทศญี่ปุ่นเสร็จในมีนาคม คริสต์ศักราช 1939 แม้กระนั้นรหัสแดงเป็นเพียงแค่การติดต่อสื่อสารทางการราชทูตแค่นั้น ถ้าว่าสามารถกระชับในจังหวะการเล่าได้จริงจังได้อีกสักหน่อย รู้สึกว่าหนังคงจะต้องใจได้มากกว่า

ประเทศญี่ปุ่นได้ร่วมสร้างสรรค์ ‘รหัสม่วง’ อันมีที่มาจากสีของแฟ้มเอกสารสะสมการถอดรหัสรุ่นดังที่กล่าวผ่านมาแล้วโดยยิ่งไปกว่านั้น ฟรีดแมนและก็คณะทำงานจะต้องใช้เวลาอีกยาวนานหลายเดือน จนถึงในก.ย. คริสต์ศักราช 1940 ก็เลยสามารถถอดรหัสม่วงได้เสร็จประเทศเยอรมันสงสัยว่าประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถถอดรหัสม่วงได้ แม้กระนั้นประเทศญี่ปุ่นไม่เชื่อว่าเป็นได้ พวกเขายังคงส่งสารโดยใช้การเข้ารหัสลับแบบนี้อยู่ อย่างไรก็แล้วแต่ มีข้อคิดเห็นว่าเมื่อประเทศสหรัฐอเมริกาถอดรหัสลับได้แล้ว เหตุใดก็เลยปลดปล่อยให้มีการจู่โจมที่อ่าวเพิร์ล

แม้กระนั้นหนังก็ยังโชคดีที่มีกลุ่มดาราประสิทธิภาพ มาปล่อยของแล้วก็พ่นไฟในหนังประเด็นนี้ ที่ช่วยหามแล้วก็ประคองหนังเอาไว้เกือบจะทั้งยังเรื่อง “แคปรี่ มัลลิแกน” กับ “โซอี้ ติดอยู่ซาน” เปรียบเทียบได้ว่าเป็นคู่คิดดารานางแบบของหนังเรื่องอย่างแท้จริง การแสดงที่ลื่นไหนของพวกคุณจัดว่าทำออกมาเจริญตามมาตรฐาน เพียงโชคร้ายอยู่บ้าง เนื่องจากมั่นใจว่าพวกคุณยังสามารถทำเป็นดียิ่งกว่านี้ ถ้าว่าองค์ประกอบของเขามีความมั่นคงเพิ่มมากขึ้นกว่านี้อีก

รีวิว The Menu

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า ภาพยนตร์กับของกินนั้นมีส่วนประกอบคล้ายคลึงกัน เนื่องจากมีทั้งยังเชฟ (ผู้กำกับ), ห้องอาหาร (สตูดิโอ), เหล่าคนทำครัว (คณะทำงานในขั้นตอนโปรดักชัน) แล้วก็วัตถุดิบ ซึ่งของกินจะออกมาดีหรือเปล่า ก็อยู่ที่ศีรษะเรือ ว่าจะพาแต่ละรายการอาหารไปในแนวทางไหน พรีเซนเทชั่นเช่นไร แล้วก็เมื่อของกินจานนั้นเสิร์ฟออกไป ของกินจะไม่ใช่ของเหล่าคนทำกับข้าวอีกแล้ว แต่ว่าจะแปลงเป็นของคนซื้อ (ผู้ชม) ในทันทีทันใดที่ของกินเสิร์ฟถึง

โชคยังดีที่พวกเราบางครั้งอาจจะจะต้องพูดว่าดาราที่เอาผู้ชมอยู่รวมทั้งน่าจำที่สุดอาจจะหนีไม่พ้นโทนี่ (กันสมาย-ชนกันต์ อาพรสุทธินันธ์) ที่แปลงเป็น MVP ของเรื่องรวมทั้งเหลือค้างเอาไว้ในความจำของผู้ชม ภายหลังที่สถานะการณ์ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเสร็จสมบูรณ์ลงไป แต่ว่านอกนั้น ก็อาจจะจำเป็นต้องพูดว่าหนังเพียงแค่ทำเป็นพอได้ เฉียดฉิวๆชักชวนเดินออกมาจากโรงแบบคาบเส้นคาบดอกอยู่เช่นเดียวกัน เพียงแค่ด้วยเหตุว่าพระเจ้าแผ่นดินเป็นคนเลือกเอง

“แพทริเซีย คลาร์กสัน”, “อันเดร บรอย์เกอร์” หรือ “เจนนิเฟอร์ เอเล่” นับว่าเป็นกลุ่มดาราสมทบที่มาช่วยเพิ่มรสให้กับประเด็นนี้ รวมทั้งขั้นต่ำๆหนังก็ยังใส่ลูกเล่นที่น่าดึงดูดด้วยการเชิญดาราหนังที่เคยกลายเป็นเหยื่อในกรณีดังที่ได้กล่าวมาแล้วมาร่วมแจมรับเชิญในหนังด้วย บางบุคคลจะเป็นตัวเป็นตน หรือบางบุคคลจะมาเพียงแต่เสียง แต่ว่านับได้ว่าเป็นกิมไม่กที่เพียรพยายามช่วยยกฐานะความทรงอำนาจให้กับหนังประเด็นนี้ได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งเป็นการส่งข่าวสารที่สตรองเพิ่มขึ้น

ซึ่งถ้าเกิดคนไหนกันแน่ยังจำ ‘โกกอนพยอง’ ตำรวจสายน้องเล็กประจำกลุ่มห้ามห้ามสารเสพติดในซีรีส์ ‘My Name’ (2021) กันได้ ก็เขานี่ละจ้ะที่รับบทบาทในช่วงเวลานั้น มาในหัวข้อนี้พวกเรามองเห็นกันชัดๆเลยว่าความสามารถการแสดงของมุนซังไม่นรุดหน้าไปมากมาย แถมยังได้รับบทสำคัญ เปลี่ยนเป็นตัวตึงที่วังหลวงที่ฉายแววมาตั้งแต่เงื่อนน่าสงสัยในระยะแรก ว่าเขานี่แหละ เป็นผู้แสดงนำชายตัวจริงของหัวข้อนี้ แฮชแท็กทีมองค์ชายซองนัมจะต้องเข้าแล้วละจ้ะ

มีรายงานจาก นักประวัติศาสตร์บางบุคคลกล่าวถึงว่า อเมริกาล่วงรู้การรบจู่โจมอ่าวเพิร์ลอย่างดีเยี่ยม แม้กระนั้นตั้งใจไม่มีความสนใจเพื่อหาเรื่องผลสำหรับการร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้กระนั้นนักประวัติศาสตร์โดยมากมีความเห็นว่าแนวคิดดังที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นแนวคิดคบคิดมากยิ่งกว่า เนื่องจากกองทัพอเมริกาได้คาดหมายว่าจะมีการจู่โจมขึ้นจริง แม้กระนั้นรู้เรื่องว่าจะเกิดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีฐานทัพของประเทศสหรัฐอเมริกาหลายที่ ที่บางทีอาจรุกรามกองทัพประเทศญี่ปุ่นมากยิ่งกว่าที่อ่าวเพิร์ลเสียอีก

หนึ่งในลูกเล่นที่ออกจะน่าดึงดูด แม้ว่าจะไม่ใช่อะไรที่แปลกใหม่เยอะแค่ไหน นั้นก็ถือถือเอาหลักฐานจากเหตุการณ์จริงมาใช้ประกอบในหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลิปเสียงต่างๆของประธานสตูดิโอหนังที่ถูกกล่าวร้ายนั้น ถูกเอามาเปิดใช้ประกอบในหัวข้อนี้ นับได้ว่าเป็นจุดที่ใจนักเลงของหนังไม่น้อย ด้วยเหตุว่าทำอะไรแบบงี้ก็เสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องได้เช่นกัน แม้กระนั้นเมื่อเจตนาของหนังปรารถนาที่เปิดเผยสังคมรวมทั้งเผยโฉมในตอนหนังสารคดีข่าวสาร การเลือกเคล็ดลับนี้มาใช้ก็พอเพียงจะมีเหตุผลด้วยดี

ผู้เข้าร่วมแข่งขันผู้ที่ 2 ก็เห็นจะเป็นคนไหนไปมิได้เว้นแต่ องค์ชายถ่ายยซอง (คังระเบียงฮี) ลูกชายของสนมฮวังบทกลอนอิน คราวโผล่หน้ามาทีไรก็ทำเอาผู้ชมเหม็นขี้หน้ากันทุกครั้ง แม้กระนั้นบทก็เขียนให้องค์ชายขี้ยซองมีมุมน่าเวทนาเข้าจนได้ เพราะเหตุว่าเขาจำต้องอยู่กับความอิจฉามาตลอด เหตุเพราะเป็นลูกชายคนแรกของพระมหากษัตริย์แต่ว่ามิได้เป็นรัชทายาทด้วยเหตุว่ามีสาเหตุมาจากแม่ที่เป็นเพียงแค่พระสนม สองแม่ลูกผูกพยาบาทว่าตำแหน่งนั้นมันต้องเป็นของตัวเองตั้งแต่ต้น

เหนือสิ่งอื่นใด ความพิเศษที่สุดของ 3.0+1.0 Thrice Upon a Time เป็นการที่ Hideaki Anno หาทางลงให้กับเรื่องราวที่ผ่านเวลาในโลกความเป็นจริงมาเกือบจะ 3 ทศวรรษได้สักครั้ง ผู้แสดงหลักที่แฟนคลับจำทั้งยัง คุ้นชินจิ อาสึกะ เรย์ ติดอยู่โอรุ มาริ ต่างเดินทางมาสู่ข้อสรุป รวมทั้งแม้ว่าจะเป็นข้อสรุปที่เชื้อเชิญให้ตั้งปัญหา แย้งต่อยอดได้อีก และไม่ว่าจะถูกใจหรือเปล่า แม้กระนั้นมันก็เป็นข้อสรุปที่น่าพึงพอใจที่สุดเท่าที่มันจะเป็นได้แล้ว เพราะว่าฉันทั้งยังสูงส่งกว่าแต่ว่าถูกแย่งไปต่อหน้า

คราวหลังเมื่ออเมริกาพบเจอกับการสูญเสียความมั่นใจแล้วก็เลื่อมใสจากเรื่องราวจู่โจมที่อ่าวเพิร์ล ผู้นำแฟรงคลิน รูสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt) ก็เลยเรียกสัมมนากองทัพเพื่อดำเนินการทำสงครามโต้กลับใดๆซึ่งสามารถลดความเย่อหยิ่งของประเทศญี่ปุ่นลง แล้วก็จะเป็นการเรียกความเชื่อมั่นและมั่นใจต่อกองทัพรวมทั้งคนอเมริกันคืนมา โดยได้ นาวาอากาศโทเจมส์ มองลิตเติล (James H. Doolittle) ผู้ชำนาญด้านการบินวัย 45 ปี ที่เคยผ่านสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้ว มาเป็นหัวหน้าในการรบนี้อีกด้วย

By Marisa

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *